Opacity คืออะไร? เครื่องวัดความทึบแสงและ Opacity Monitor

4400 (Opacity – EN 15267) Opacity คืออะไร? หลักการวัดความทึบแสงและ Opacity Monitor

Opacity คือค่าที่ใช้บอกระดับความทึบหรือความสามารถในการบดบังแสงของก๊าซ ควัน หรืออนุภาคที่อยู่ในอากาศ โดยเฉพาะก๊าซและฝุ่นที่ปล่อยออกจากปล่องของโรงงานอุตสาหกรรม

การวัดความทึบแสงเป็นหนึ่งในวิธีที่ใช้สำหรับ ตรวจสอบการปล่อยมลพิษทางอากาศจากปล่อง (Stack Emission) โดยเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจวัดเรียกว่า Opacity Monitor หรือ Opacity Analyzer

ระบบตรวจวัดสามารถนำไปใช้ในโรงไฟฟ้า โรงงานปูนซีเมนต์ โรงงานเหล็ก โรงงานเคมี เตาเผาขยะ และกระบวนการอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่ต้องติดตามการปล่อยฝุ่นและควันออกสู่บรรยากาศ

Opacity คืออะไร?

กำลังมองหาเครื่องวัดความทึบแสงสำหรับโรงงาน?

INTECH 2000 ให้บริการเครื่องมือวัดสำหรับ Industrial Measurement และ Stack Emission Monitoring จากแบรนด์ LAND AMETEK

Opacity หมายถึง ระดับความทึบแสงของตัวกลางที่ขวางทางเดินของแสง โดยในงานอุตสาหกรรมมักใช้เพื่อประเมินผลกระทบจากอนุภาคหรือควันที่อยู่ในก๊าซซึ่งไหลผ่านปล่อง

เมื่อแสงถูกส่งผ่านก๊าซในปล่อง หากมีฝุ่น ควัน หรืออนุภาคจำนวนมาก แสงจะถูกดูดกลืนหรือกระเจิงมากขึ้น ทำให้ปริมาณแสงที่สามารถผ่านไปยังตัวรับแสงลดลง

ดังนั้น

ค่าความทึบแสงสูง = แสงผ่านได้น้อย = ก๊าซมีความทึบมาก

ในทางกลับกัน

ค่าความทึบแสงต่ำ = แสงผ่านได้มาก = ก๊าซมีความโปร่งใสมากกว่า

ค่าที่วัดได้มักแสดงในรูปของ เปอร์เซ็นต์ (% Opacity)

ตัวอย่างเช่น

  • 0% หมายถึงแสงสามารถผ่านตัวกลางได้เกือบทั้งหมด

  • 50% หมายถึงแสงถูกบดบังประมาณครึ่งหนึ่ง

  • 100% หมายถึงแสงไม่สามารถผ่านตัวกลางได้

อย่างไรก็ตาม ค่าการบดบังแสงไม่ควรถูกตีความว่าเป็นค่าความเข้มข้นของฝุ่นโดยตรง เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างค่าทั้งสองขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของอนุภาค ขนาดอนุภาค รูปร่าง สี และสภาวะของก๊าซ

Opacity Measurement คืออะไร?

Opacity Measurement คือกระบวนการตรวจวัดระดับการบดบังหรือการลดทอนของแสง เมื่อแสงเดินทางผ่านก๊าซหรือควันที่อยู่ในปล่อง

หลักการพื้นฐานคือการส่งแสงจากแหล่งกำเนิดไปยังตัวรับแสง และเปรียบเทียบปริมาณแสงก่อนและหลังผ่านก๊าซหรือฝุ่น

เมื่อมีอนุภาคอยู่ในทางเดินของแสง อนุภาคเหล่านั้นจะทำให้แสงเกิดการดูดกลืนและกระเจิง ส่งผลให้ปริมาณแสงที่ตัวรับตรวจวัดได้ลดลง

ค่าการส่งผ่านของแสงสามารถนำมาคำนวณเป็นค่าความทึบแสงได้

หลักการโดยทั่วไป

Light Source → Stack Gas → Detector

จากนั้นระบบจะนำค่าความเข้มของแสงที่ตรวจวัดได้มาคำนวณเป็นค่าการส่งผ่านแสง (Transmittance) และแปลงเป็นค่าการบดบังแสง

โดยทั่วไปสามารถอธิบายความสัมพันธ์ได้ว่า

Opacity = 1 − Transmittance

และเมื่อแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์

% Opacity = (1 − Transmittance) × 100

Opacity Monitor คืออะไร?

Opacity Monitor คือเครื่องมือสำหรับตรวจวัดค่าความทึบแสงของก๊าซหรือควันที่ไหลผ่านปล่อง โดยใช้ระบบ Optical Measurement ในการตรวจวัดการลดลงของแสง

เครื่องตรวจวัดประเภทนี้มักติดตั้งบริเวณผนังของปล่อง โดยให้ลำแสงเดินทางผ่านพื้นที่ที่ต้องการตรวจวัด

ส่วนประกอบหลักของระบบโดยทั่วไป ได้แก่

  • Light Source

  • Optical System

  • Detector

  • Measurement Electronics

  • Calibration System

  • Data Output / Communication Interface

เครื่องมือสามารถแสดงค่าการวัดแบบ Real-Time และส่งข้อมูลไปยังระบบควบคุมหรือระบบเก็บข้อมูลของโรงงานได้

หลักการทำงานของเครื่องวัดความทึบแสง

หลักการทำงานสามารถแบ่งออกเป็นขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้

1. การสร้างลำแสง

เครื่องมือจะสร้างลำแสงจาก Optical Light Source และส่งผ่านก๊าซภายในปล่อง

2. แสงเดินทางผ่าน Stack Gas

เมื่อแสงเดินทางผ่านก๊าซที่มีฝุ่นหรืออนุภาค แสงบางส่วนจะถูกดูดกลืนและกระเจิง

3. Detector ตรวจวัดแสง

ตัวรับแสงจะตรวจวัดปริมาณแสงที่สามารถเดินทางผ่านก๊าซมายัง Detector ได้

4. ระบบคำนวณค่าการวัด

ระบบ Electronics จะเปรียบเทียบค่าที่ตรวจวัดได้กับค่า Reference และคำนวณออกมาเป็นค่าการส่งผ่านแสงและเปอร์เซ็นต์การบดบัง

5. ส่งข้อมูลไปยังระบบ Monitoring

ค่าที่วัดได้สามารถส่งต่อไปยังระบบ Data Acquisition, PLC, DCS หรือระบบ CEMS เพื่อใช้ในการ Monitoring และบันทึกข้อมูล

Stack Opacity คืออะไร?

Stack Opacity คือค่าความทึบแสงที่ตรวจวัดจากก๊าซหรือควันที่ปล่อยออกมาทางปล่องระบายของโรงงาน

การตรวจวัดบริเวณปล่องช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงของการปล่อยควันและอนุภาคจากกระบวนการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง

ค่าที่เพิ่มขึ้นผิดปกติอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น

  • ระบบดักฝุ่นทำงานผิดปกติ

  • Bag Filter มีปัญหา

  • Electrostatic Precipitator (ESP) ทำงานผิดปกติ

  • กระบวนการเผาไหม้เปลี่ยนแปลง

  • ปริมาณฝุ่นในก๊าซเพิ่มขึ้น

  • Optical Window สกปรก

  • ระบบ Purge Air มีปัญหา

ดังนั้นเครื่องมือชนิดนี้จึงสามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสำหรับ Process Monitoring และ Emission Monitoring ได้

Opacity กับ Dust Concentration ต่างกันอย่างไร?

Opacity และ Dust Concentration มีความเกี่ยวข้องกัน แต่ ไม่ใช่ค่าชนิดเดียวกัน

Opacity เป็นค่าที่บอกระดับการบดบังแสงของก๊าซหรืออนุภาคที่อยู่ในเส้นทางแสง

ส่วน Dust Concentration เป็นค่าความเข้มข้นของฝุ่นหรืออนุภาคในก๊าซ โดยมักแสดงเป็นหน่วย เช่น mg/m³

ความสัมพันธ์ระหว่างสองค่าขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของฝุ่น เช่น

  • ขนาดของอนุภาค

  • รูปร่างของอนุภาค

  • สีของอนุภาค

  • Optical Properties

  • ความหนาแน่นของอนุภาค

  • ความชื้นของก๊าซ

  • สภาพการไหลของก๊าซ

ดังนั้นจึงไม่ควรนำค่า % ที่วัดได้ไปแปลงเป็น mg/m³ โดยตรงโดยไม่มีการสอบเทียบหรือ Correlation ที่เหมาะสมกับกระบวนการนั้น

เครื่องวัดความทึบแสงใช้ในอุตสาหกรรมอะไร?

เครื่องมือสำหรับตรวจวัดการบดบังแสงสามารถนำไปใช้กับกระบวนการอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท เช่น

โรงไฟฟ้า

ใช้สำหรับ Monitoring ก๊าซและฝุ่นจากกระบวนการเผาไหม้และระบบควบคุมมลพิษ

โรงงานปูนซีเมนต์

ใช้ตรวจสอบการปล่อยฝุ่นจากกระบวนการผลิตและระบบดักฝุ่น

โรงงานเหล็ก

ใช้ติดตามการปล่อยควันและฝุ่นจากกระบวนการผลิต

โรงงานเคมี

ใช้ตรวจสอบการปล่อยอนุภาคและควันจากกระบวนการผลิต

โรงงานเผาขยะ

ใช้ติดตาม Emission จากกระบวนการเผาไหม้

Boiler และ Industrial Furnace

ใช้ตรวจสอบประสิทธิภาพของกระบวนการเผาไหม้และระบบควบคุมมลพิษ

Opacity Monitor กับ CEMS

CEMS (Continuous Emission Monitoring System) คือระบบสำหรับตรวจวัดและบันทึกค่าการปล่อยมลพิษจากแหล่งกำเนิดอย่างต่อเนื่อง

เครื่องตรวจวัดความทึบแสงสามารถเป็นส่วนหนึ่งของระบบ Monitoring ที่เกี่ยวข้องกับ Stack Emission ได้ โดยสามารถนำข้อมูลที่วัดได้ส่งเข้าสู่ระบบ Data Acquisition หรือระบบควบคุมส่วนกลาง

ตัวอย่างค่าที่อาจพบในระบบตรวจวัด Emission ได้แก่

  • Opacity

  • Dust / Particulate Matter

  • SO₂

  • NOx

  • CO

  • CO₂

  • O₂

  • Flow

  • Temperature

  • Pressure

การเลือกเครื่องมือและ Configuration ของระบบควรพิจารณาตามลักษณะกระบวนการ ข้อกำหนดของโรงงาน และมาตรฐานหรือข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

วิธีเลือก Opacity Monitor

การเลือกเครื่องวัดสำหรับโรงงานไม่ควรพิจารณาเฉพาะ Measurement Range แต่ควรดูสภาพการใช้งานจริงของปล่องด้วย

1. Measurement Range

ตรวจสอบช่วงการวัดที่เหมาะสมกับระดับการบดบังแสงของกระบวนการ

2. Stack Diameter

ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของปล่องมีผลต่อ Optical Path Length และการติดตั้งเครื่องมือ

3. Stack Temperature

ต้องตรวจสอบอุณหภูมิของก๊าซเพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องมือสามารถทำงานได้ในสภาพแวดล้อมดังกล่าว

4. Dust Loading

ปริมาณและลักษณะของฝุ่นมีผลต่อ Optical Measurement และการบำรุงรักษา

5. Calibration

ควรเลือกเครื่องมือที่มีระบบ Calibration ที่เหมาะสมและสามารถตรวจสอบความถูกต้องของ Measurement ได้

6. Optical Window

สภาพของ Optical Window มีความสำคัญต่อความแม่นยำของการวัด จึงควรพิจารณาระบบป้องกันฝุ่นและระบบ Purge Air

7. Communication

หากต้องเชื่อมต่อกับ PLC, DCS หรือ CEMS ควรตรวจสอบ Output และ Communication Protocol ที่รองรับ

การติดตั้งเครื่องวัดความทึบแสง

ตำแหน่งติดตั้งเป็นปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพของข้อมูล

โดยทั่วไปควรเลือกตำแหน่งที่มีการไหลของก๊าซค่อนข้างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีการรบกวนการไหลอย่างรุนแรง เช่น บริเวณใกล้ข้องอ ท่อแยก หรืออุปกรณ์ที่ทำให้เกิด Turbulence

ก่อนติดตั้งควรพิจารณา

  • Stack Diameter

  • Optical Path Length

  • Gas Temperature

  • Gas Velocity

  • Dust Loading

  • Access สำหรับ Maintenance

  • Power Supply

  • Communication

  • Calibration Access

การติดตั้งที่เหมาะสมช่วยลดปัญหาค่าการวัดผิดปกติและช่วยให้การบำรุงรักษาทำได้ง่ายขึ้น

การ Calibration Opacity Monitor

Calibration เป็นขั้นตอนสำคัญในการรักษาความถูกต้องของระบบวัด

ระบบตรวจวัดอาจใช้วิธี Calibration ที่แตกต่างกันตามการออกแบบของผู้ผลิต เช่น Zero Calibration, Span Calibration หรือ Optical Calibration

ควรปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดโดยผู้ผลิต รวมถึงตรวจสอบ

  • Zero Point

  • Span / Reference

  • Optical Alignment

  • Detector Signal

  • Light Source

  • Optical Window

  • Purge Air

นอกจากนี้ควรมีการตรวจสอบและบำรุงรักษาตามรอบที่เหมาะสมกับสภาพการใช้งานจริง

Opacity Monitor ควรเลือกแบบไหน?

การเลือกเครื่องวัดที่เหมาะสมควรเริ่มจากการเก็บข้อมูลของกระบวนการก่อน เช่น

Process → Stack → Gas → Dust → Measurement Range → Installation → Communication

ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนสอบถามผู้จำหน่าย ได้แก่

  • ขนาดปล่อง

  • อุณหภูมิ

  • Pressure

  • Gas Velocity

  • Dust Concentration

  • ช่วงการวัดที่ต้องการ

  • ตำแหน่งติดตั้ง

  • ระยะ Optical Path

  • ระบบ CEMS หรือ DCS ที่ใช้งาน

  • Requirement ด้านมาตรฐาน

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้สามารถเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมกับหน้างานมากกว่าการเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว

สรุป

Opacity เป็นค่าที่ใช้แสดงระดับการบดบังแสงของก๊าซหรืออนุภาค และเป็นหนึ่งในพารามิเตอร์ที่สำคัญสำหรับการ Monitoring การปล่อยมลพิษจากปล่องอุตสาหกรรม

เครื่องวัดประเภทนี้ใช้หลักการทาง Optical Measurement ในการตรวจวัดการลดลงของแสงเมื่อผ่าน Stack Gas และสามารถนำข้อมูลไปใช้สำหรับ Process Monitoring, Emission Monitoring และระบบที่เกี่ยวข้องกับ CEMS

การเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมจำเป็นต้องพิจารณาทั้งลักษณะของกระบวนการ สภาพของก๊าซ ปริมาณฝุ่น ขนาดปล่อง Optical Path รวมถึงระบบ Calibration และ Communication

หากต้องการเลือกเครื่องวัดสำหรับโรงงาน ควรเริ่มจากข้อมูลของหน้างานและ Requirement ของระบบก่อน เพื่อให้ได้เครื่องมือที่เหมาะสมกับการใช้งานจริง

Scroll to Top